สัมภาษณ์ งาน ในชีวิตหนึ่งไม่มีใครไม่เคยเจอ เพราะนี่คือสิ่งที่อยู่ในวังวนของชีวิตมนุษย์เงินเดือนทุกคน หลังจากถูกพิจารณา Resume แล้ว การไปสัมภาษณ์งานคุณจะถูกประเมิณอีกครั้งตั้งแต่ เสื้อผ้าหน้าผม การแต่งตัวไปจนถึงบุคลิกภาพ และสิ่งที่คุณจะโดนประเมิณนอกเหนือไปจากนั้นก็คือ แนวคิดและทัศนคติ ซึ่งอาจแปลความได้อีกอย่างว่าเป็นการถามคำถามเพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ ‘บ้า’

การสัมภาษณ์งานอาจไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวที่จะการันตีว่า ตอบแบบนั้น-แบบนี้ แล้วคุณจะได้งานชัวร์ๆ แต่สิ่งที่หนึ่งที่ Ohlor แนะนำได้ก็คือวิธีตอบคำถามสัมภาษณ์ที่พบ ‘บ่อย’ และสิ่งที่ควร ‘ทำ’ และ ‘ไม่ควรทำ’ ที่จะทำให้คุณ ‘เจิด’ หรือ ‘ดับ’ พร้อมทริคแนะนำเล็กๆน้อยๆ ที่รับรองว่าเอาไปใช้ได้จริงชัวร์!

Tip&Trick: ตอบคำถามสัมภาษณ์งานที่เจอบ่อยๆ ยังไงไม่ให้ ‘วืด’

วิธีตอบสัมภาษณ์1

1. แนะนำตัว 

คำถามข้อนี้เชื่อเถอะว่าเจอแน่นอนร้อยละ 99% ไอ้คำถามประเภท ‘แนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย’ หรือ ’Tell me about yourself’ มันเป็นอะไรที่โคตรจะคลาสสิค และไม่หายไปไหนในเร็วๆนี่แน่

ควรทำ:

  • Keep your answer succinct and to the point. พยายามตอบให้เคลียร์และตรงประเด็น
  • เล่าถึงทักษะหรือสกิลที่เชี่ยวที่สุด และประสบการณ์ที่ได้จากงานที่ทำในปัจจุบัน
  • จุดอ่อน-จุดแข็งของบริษัทเก่า และทำไมคุณถึงตื่นเต้นที่จะได้ทำงานนี้ (ตำแหน่งงานที่คุณสมัคร)
แนะนำให้อ่านเพิ่ม:  วิธีจำเร็วขั้นเทพแบบนักศึกษาศาสตร์ระดับโลก

ไม่ควรทำ:

  • อย่าไปเพ้อเรื่องส่วนตัวให้มากนัก
  • ไม่ต้องโฟกัสหรือให้เวลาในการพูดถึงสกิลหรือทักษะที่ไม่ได้เกี่ยวกับตำแหน่งที่สมัครไป

Ohlor’s Tip: HR ไม่ได้อยากฟังอัตชีวประวัติของคุณ อย่างเกิดที่ไหน มีพี่น้องกี่คน เพราะงั้นอย่าไปนำเสนอมาก เอาเนื้อๆเน้นๆ จุดแข็งที่เชี่ยวจริงๆก็พอ

2.  ทำไมเราถึงต้องจ้างคุณ

สุดจะคลาสสิคไม่แพ้คำถามข้อแรก ‘ทำไมเราต้องจ้างคุณ’ เจอคำถามนี้เข้าไปบอกได้เลยเตรียมตัวมาไม่ดีมีจุก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่โคตรจะเปิดโอกาสให้คุณเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นขึ้นมาจากผู้สมัครคนอื่นๆ

ควรทำ: 

  • พูดรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงถึงตำแหน่งงานที่คุณกำลังสมัคร เพราะมันหมายถึงคุณหาข้อมูลงานนี้
  • พูดถึงความสำเร็จของคุณที่ความเกี่ยวข้อง กับงานนี้ ในด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อโชว์ ‘คุณสมบัติ’ ของตัวคุณ

ไมควรทำ:

  • อย่าถ่อมตัวให้มากนัก มีดีอะไรให้พูดเพราะนี่คือโอกาสของคุณ!
  • ในขณะเดียวกันก็อย่าอวดจนดูเหมือนมั่นใจในตัวเองเกินไป
  • Don’t be “wishy-washy” or too general with your answer.
  • พยายามอย่าพูด ‘คิดว่า’ ‘น่าจะ’ บ่อยจนเกินไป
  • อย่าตอบคำถามด้วยคำถามว่า ‘ทำไมคุณถึงอยากได้งานนี้’ แต่ให้พูดว่า ‘ทำไมคุณถึงเหมาะสมกับงานนี้’

Ohlor’s Tip: ทำการบ้านสักนิดก่อนไปสมัครงาน ลองอ่านรายละเอียดประกาศรับสมัครให้ละเอียดๆ คุณจะพบสาเหตุว่า ทำไม บริษัทถึงต้องประกาศรับสมัคร หรือ คนที่จะได้เข้าไปทำงานต้องไปทำอะไรและแก้ปัญหาตรงส่วนไหน จากนั้น จงทำตัวให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดกับงานนี้

วิธีตอบสัมภาษณ์2

3.  จุดแข็ง-จุดอ่อน ของคุณคืออะไร 

สุดยอดคลาสิคอันดับ 3 ไม่โดนรอบแรกก็จะโดนรอบสอง หากมีทดสอบบุคลิกภาพ

ควรทำ:

  • ใช้โอกาสนี้ขายความสำเร็จจากจุดแข็งของคุณซะ
  • เป็นตัวของตัวเอง
  • พูดให้รู้ว่าคุณทราบถึง ‘จุดอ่อน’ ของตัวเองดี และสามารถแก้ไขหรือปรับปรุงมันได้

ไม่ควรทำ:

  • อย่าพูดถึงอะไรที่เห็นไม่ชัด เป็นนามธรรมเกินไป
  • อย่าไปพูดถึงถึงจุดแข็งที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในตำแหน่งที่กำลังสมัคร
  • อย่าเปรี้ยวว่าคุณเป็นพวกเพอร์เฟค ไม่มีจุดอ่อน เพราะ Nobody perfect และนี่จะลายเป็นจุดอ่อนของคุณแทน

Ohlor’s Tip: พูดถึงแต่สกิลที่บริษัทกำลังมองหาแล้วจะรุ่ง!

4.  ทำไมถึงอยากทำงานกับเรา

โคตรคลาสสิคลำดับที่ 4 ตอบไม่ไหวตกม้าตายได้นะจีะ เพราะคำถามนี่ต้องการดูความกระตือรือร้นและความตั้งใจของคุณ

ควรทำ:

  • พูดถึงโอกาสจากงานนี้ที่จะทำให้เราได้ใช้ทักษะที่มี
  • ชมบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์ แต่อย่ามากเกิน

ไม่ควรทำ:

  • อย่าพูดว่าอยากได้งานนี้เพราะ ‘เงิน’ เพราะมันอาจทำให้ hr ตีความว่า ‘คุณพร้อมไปเสมอเมื่อมีเงินเสนอมามากพอ’

Ohlor’s Tip: อย่าเผลอพูดว่าคุณเห็นที่นี่เป็นทางผ่าน หรือ ที่เก็บประสบการณ์ แม้ว่าคุณจะมองมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

5.  ทำไมถึงออกจากงานเก่า

สุดยอดคำถามกระอักกระอ่วน และลำบากใจที่จะตอบ แต่เรามีวิธีให้

ควรทำ:

  • หากคุณออกเอง ให้พูดไปเลยว่าบริษัทนี้มีอะไรที่ดึงดูดคุณที่บริษัทเก่าคุณไม่มี
  • หากคุณถูกเชิญ ให้อธืบายสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา
  • คำบอกเล่าประเภท บริษัทเก่าต้องการลดค่าใช้จ่าย หรือ ผลประกอบการไม่ดี ก็เป็นเหตุผลที่ไม่เลว

ไม่ควรทำ:

  • อย่าพูดถึงบริษัทเก่าหรือเจ้านายเก่าในแง่ร้าย
  • อย่าพูดคลุมเครืออย่าง ต้องการเปลี่ยนงานใหม่ หรือ เบื่องานเก่าที่ทำ ให้พูดถึงสาเหตุที่เบื่อหรือเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยนงานใหม่
  • อย่าโกหกหากคุณถูกไล่ออก

Ohlor’s Tip: ไม่รู้จะพูดอะไร ลำบากใจที่จะเล่า พูดไปเลยว่า ‘คุณอยากได้ความท้าทายจากงานใหม่ๆ’

6.  คุณมองเห็นตัวเองเป็นยังไงในอีก 5 ปี

หรือบางคนอาจโดน 10 ปี เอาเป็นว่ามันก็คำถามเครือๆเดียวกัน ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นคำถามธรรมดาๆแต่ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะคุณอาจจะมีความฝัน แต่คุณต้องตอบให้คนถามรู้สึกว่าคุณก็อยู่กับปัจจุบัน

ควรทำ:

  • พูดเรื่องอนาคตที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่คุณสมัคร เช่น คุณมองว่าตัวเองเติบโตในสายงานนี้ยังไง
  • พูดให้คนถามรู้สึกว่าคุณมองเห็นการทำงานในตำแหน่งนี้รวมอยู่ด้วยในอนาคตของคุณ

ไม่ควรทำ:

  • อย่าพูดให้เหมือนกับว่าคุณมองงานนี้เป็นแค่ทางผ่านที่ไม่รวมอยู่ในอนาคต

Ohlor’s Tip: คุณสามารถพูดถึงเป้าหมายในอนาคตหรือสิ่งที่คาดหวังได้ในระยะสั้น จะสั้นแค่ไหนก็ได้เพื่อเอาใจคนสัมภาษณ์เพราะหลังจากที่ได้งานแล้ว คุณก็นับหนึ่งใหม่อยู่ดี

วิธีตอบสัมภาษณ์3

7. มีคำถามอะไรอยากถามหรือไม่

สุดยอดคำถามโคตรคลาสสิคปิดงาน คำถามนี้คือการวัดความกระตือรือร้นของคุณว่าอยากจะรู้จักบริษัทแค่ไหน และนี่คือคำแนะนำจากเรา

ควรทำ:

  • โฟกัสไปที่คำถามว่า ‘ตำแหน่งนี้ที่คุณสมัครสามารถช่วยบริษัทในแง่ไหนได้บ้าง’
  • ถามคำถามบนรายละเอียดที่คุณค้นพบจากการค้นข้อมูลของบริษัท เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความมุ่งมั่น

ไม่ควรทำ:

  • อย่าพูด ‘ไม่มีค่ะ/ครับ’ คุณควรเตรียมคำถามที่อยากรู้มาด้วย!
  • อย่าโฟกัสกับคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ ประเภท สวัสดิการมีอะไรบ้าง ควรเก็บไว้ถามทีหลัง (จากได้งาน)
  • อย่าถามถึงตำแหน่งอื่น(ในบริษัท)ว่าคุณจะสามารถสมัครได้เมื่อไหร่

Ohlor’s Tip: การถามว่า ‘มีเหตุผลหรือไม่ที่คุณจะไม่ถูกจ้าง’ ออกจะเป็นคำถามที่เสี่ยงอยู่สักหน่อย แต่ก็ทำให้คุณโดดเด่นขึ้นมาจากผู้สมัครคนอื่น และยังเป็นการบอกให้คุณรู้ล่วงหน้าคร่าวๆว่า คุณยังขาดคุณสมบัติอะไรและจะได้งานนี้หรือไม่

รูปภาพและอ้างอิง: theinterviewguys.com, aircto.com, blogfm.ruffalonl.com, overcomingsocialanxiety.com, vocationvillage.com, today.com

แนะนำให้อ่านเพิ่ม:  วิธีสัมภาษณ์งานแบบมวยรองบ่อน