สพฉ. แนะวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุระเบิด สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป โดยข้อสำคัญคือห้ามเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยโดยเด็ดขาด ประชาชนต้องตั้งสติและรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมหาที่กำบังที่แข็งแรงและต้องอยู่ตำแหน่งเหนือลม

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 57 นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย และมีเหตุระเบิดระหว่างการเดินขบวนชุมนุมที่ ถ.บรรทัดทอง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในลักษณะนี้อีก สพฉ. ได้ออกแนวปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นอกโรงพยาบาล หากต้องเผชิญเหตุระเบิด เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ดังนี้

1. บุคลากรทางการแพทย์ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีหรือเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเหตุปะทะ

2.ถ้าเกิดเหตุการณ์ระเบิด ให้ตั้งสติ แล้วรีบหมอบลงกับพื้น หรือทำตัวให้ต่ำที่สุด แล้วคลานเข้าไปอยู่ในที่กำบังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟังทิศทางที่มาของเสียงระเบิด

3.สำหรับผู้สั่งการฝ่ายการแพทย์ ให้แจ้งประสานกับเจ้าของพื้นที่หรือตำรวจทันที เมื่อมีเหตุระเบิด

4.ไม่เข้าไปช่วยผู้ประสบเหตุ จนกว่าผู้บัญชาการเหตุการณ์ (commander) หรือนักทำลายล้างวัตถุระเบิด (E.O.D.) จะแจ้งว่า เหตุการณ์ปลอดภัยแล้ว

5. จะต้องกั้นเขต จัดพื้นที่ปฏิบัติการห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิดอย่างน้อย 300 เมตร และอยู่เหนือลม

6.เจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเอง และเสื้อสะท้อนแสงแสดงตำแหน่งปฏิบัติการ

7.เมื่อเหตุการณ์ปลอดภัย ให้ทีมกู้ภัยมูลนิธิหรือชุดเผชิญเหตุเข้าไปนำผู้ประสบภัยออกมา  โดยควรใส่เสื้อเกราะ หมวกนิรภัย และเสื้อสะท้อนแสง ปฏิบัติการอย่างรวดเร็วและออกมาจากที่เกิดเหตุโดยเร็ว

8.ให้ทีมกู้ภัยมูลนิธิหรือชุดเผชิญเหตุ คัดแยกผู้บาดเจ็บขั้นต้น ณ จุดเกิดเหตุที่ปลอดภัย หรืออาจนำผู้ประสบเหตุออกมาคัดแยก ณ จุดที่ปลอดภัย ดังนี้ โดยผู้ที่เดินได้ แจ้งให้รีบเดินหรือวิ่งออกมา เป็นผู้บาดเจ็บสีเขียว ส่วนผู้ที่ไม่หายใจหลังเปิดทางเดินหายใจแล้วหายใจ หรือหายใจช้ากว่า 10 ครั้ง/นาทีหรือ 30 ครั้ง/นาทีขึ้นไป หรือหายใจปกติแต่ชีพจรเร็ว 120 ครั้ง/นาทีขึ้นไป ให้ระบุเป็นผู้บาดเจ็บสีแดง ให้ขอทีมกู้ภัยมูลนิธิรีบเข้าไปเคลื่อนย้ายออกมาที่จุดรักษาพยาบาล และผู้บาดเจ็บที่เหลือคือ หายใจ 10-29 ครั้ง/นาที, ชีพจรน้อยกว่า 120 ครั้ง/นาที, capillary refill 1-2 นาที เป็นผู้บาดเจ็บสีเหลือง ให้ขอทีมกู้ภัยมูลนิธิเข้าไปเคลื่อนย้ายออกมาเช่นกัน

9.สำหรับการรักษาพยาบาล ณ ที่เกิดเหตุ ให้ทำเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะภาวะคุกคามต่อชีวิต

10. รีบนำส่งโรงพยาบาลตามอาการฉุกเฉิน

ทั้งนี้ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

  • หากพบวัตถุต้องสงสัยให้รีบโทรแจ้ง 191 ทั้งนี้ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยโดยเด็ดขาด จากนั้นต้องตั้งสติและรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที  รวมทั้งเร่งอพยพผู้คนโดยด่วน อย่างไรก็ดี ควรต้องใช้วิธีการที่นุ่มนวลเพื่อไม่ให้เกิดอาการตื่นตระหนก
  • หากวัตถุต้องสงสัยระเบิดหรือเกิดประกายไฟให้หาตำแหน่งที่กำบังที่แข็งแรง
  • หากติดอยู่ภายในอาคารให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุดช่องประตูเพื่อป้องกันแก๊สพิษ และต้องหาที่กำบังแรงระเบิดที่มั่นคงแข็งแรง โดยหลบอยู่เหนือลม ปิดเครื่องปรับอากาศและใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดเพื่อป้องกันอันตราย
  • และถ้าเป็นไปได้ให้นำยางรถยนต์ไปล้อมวัตถุต้องสงสัยไว้
  • ที่สำคัญหากพบเห็นผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุให้รีบโทรแจ้ง สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง