“ความน่าเชื่อ ก็เหมือนกับความงาม ขึ้นอยู่กับสายตาผู้มอง – ในหลายๆเหตุผลทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว – คนฟังจะเป็นคนตีค่าความน่าเชื่อถือนั้นและตัดสินใจว่าจะเชื่อคุณหรือไม่ โดยมากความน่าเชื่อถือมักเกิดจากการตัดสินแบบฉับพลันบนพื้นฐานอย่างความประทับใจแรก ซึ่งจะนำไปสู่การคอนเฟิร์มว่าจะเชื่อต่อไปหรือเปลี่ยนความคิด (โดยมากจะเป็นอย่างแรก) จากสิ่งที่ได้ฟังต่อๆมา”

วามน่าเชื่อถือของผู้พูดคือส่วนสำคัญ – สำคัญขนาดที่ว่าหากคุณไม่สามารถทำให้ผู้ฟังเชื่อได้ก็ควร “หยุดพูด” ไปซะ – ซึ่ในกรณีนี้เราคงไม่ต้องพูดถึงการพูดโน้มน้าวใจคนฟังให้เสียเวลา

“ความน่าเชื่อ ก็เหมือนกับความงาม ขึ้นอยู่กับสายตาผู้มอง”

Tip: วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือในการพูด

1. เชื่อในตัวผู้ฟัง ชอบและให้เกียรติพวกเขา

คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับพวกเขาและอยากจะเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกหรือปฏิกิริยาเหล่านั้น แต่เราอยากบอกคุณว่าหากคุณไม่แคร์คนฟัง ก็จงอย่าพูดให้พวกเขาฟังตั้งแต่แรก

Credibilityspeech1

2. ต้องการในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง

ให้คิดว่าการพูดหรือการนำเสนอของคุณคือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง แสดงให้พวกเข้าเห็นว่าไอเดียของคุณ – ไม่ว่าจะเป็น ความคิดริเริ่ม การเสนอแนวคิด โปรเจ็ค สินค้า หรือ บริการ – จะช่วยพวกเขาในการแก้ไขปัญหาหรือประสบความสำเร็จตามเป้าหมายสำคัญที่พวกเขาวางเอาไว้ได้

3. มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่สอดคล้องกับผู้ฟัง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการเปลี่ยนความคิดของผู้ฟัง เริ่มจากพยายามหาสิ่งที่คนฟังต้องการให้เจอจากนั้นแสดงให้พวกเขาเห็นถึงคุณค่าถึงสิ่งที่คุณต้องการให้เห็น – สิ่งที่คุณต้องการเปลี่ยนให้พวกเขาเห็นตาม – (คุณอาจใช้วิธีการพูดตรงๆไปเลยว่าสิ่งที่พวกเขาเชื่อมันเหลวไหลสิ้นดีและโคตรจะผิด ซึ่งคนฟังก็อาจจะมองว่าคุณแม่มโคตรตรง แต่วิธีการแบบนี้ก็อาจจะไม่ได้ทำให้คนฟังเชื่อตาม -หรืออาจไม่เชื่อเลย- เสักท่าไหร่)

Credibilityspeech3

4. พูดอ้างอิงในสิ่งที่ผู้ฟังเห็นว่าน่าเชื่อถือ

ข้อเท็จจริงและบุคลลอ้างอิง (ที่น่าเคารพนับถือ) ตารางและกราฟ เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงและคำนิยามจากบุคคลต่างๆ —สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในระดับที่แตกต่างกันออกไปต่อผู้ฟัง หลักฐานที่สร้างความน่าเชื่อได้มากต่อผู้คนคนหนึ่งอาจสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับผู้ฟังอีกคน ดังนั้นสิ่งที่คุณจะยกมาอ้างอิงจึงควรสัมพันธ์กับระดับคสามรู้ อายุ และลักษณะของกลุ่มของผู้ฟัง ซึ่งคุณควรมีการประเมินก่อนทำการพูด (audience survey)

5. จงทำตัวเป็นศูนย์กลางของสิ่งที่คุณพูด

เพราะตัวคุณคือสิ่งที่คุณพูด ทุกอย่างของคุณ (ลักษณะ ความรู้ ประสบการณ์ คุณค่าที่แสดงออกมา) และวิธีการที่คุณใช้นำเสนอตัวเอง (น้ำเสียง ท่าทาง สีหน้า) จะเป็นตัวช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องเป็นไปในทางเดียวกันกับสิ่งที่คุณพูด

Credibilityspeech5

Ohlor Tip: ความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่าง

  • ความน่าเชื่อถือส่วนบุคคล

คุณเป็นเชื่อถือได้ ซื่อสัตย์และจริงใจหรือไม่? เป็นคนทำตามคำพูดของตัวเองรึเปล่า? เรียกง่ายๆว่าเป็นคนมีเครดิตพอให้เชื่อถือนั้นเอง

Warning: คนน่าเชื่อถือกับคนที่เป็นที่ชื่อชอบของคนอื่น ถือเป็นของคู่กันแม้จะไม่ใช่อย่างเดียวกัน เพราะทั้งสองอย่างมักจะเกี่ยวโยงกันในความคิดของผู้คน หากพวกเขาไม่ชอบคุณก็จะพยายามหาเหตุผลที่จะไม่เชื่อ แต่หากพวกเขาชอบคุณ มันก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกเขาจะยอมเชื่อคุณ

  •  ประสบการณ์ของคุณ

ข้อนี้จะใช้วัดว่า คุณรู้ในสิ่งที่กำลังพูดอยู่หรือไม่? ประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองต่อสิ่งคุณนำเสนอมีความถูกต้องแม่นยำพอให้เชื่อ และที่สำคัญที่สุดคือคุณนำเสนอตัวเองและความคิดของคุณได้น่าเชื่อถือเพียงใด

  •  การตัดสินจากผู้ฟัง

การให้คุณค่าจากผู้ฟัง ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัวของผู้ฟัง ความรู้ ประสบการณ์และเจตคติของพวกเขา คือ ปัจจัยที่จะใช้ตัดสินว่าความน่าเชื่อถือของคุณมีมากหรือน้อยในสายตาของผู้ฟัง ดังนั้นความน่าเชื่อถือของคุณต่อผู้ฟังคนใดคนหนึ่งอาจเป็นอะไรที่น่าเชื่อถือและสุดยอดเอามากๆกับผู้ฟังอีกคน…และนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก

Source: christopherwitt.com
รูปและภาพประกอบ: leadershiphospitality.com, overcomingsocialanxiety.com, kellyvandever.files.wordpress.com, thecanvus.com, s3.amazonaws.com, elmens.com

แนะนำให้อ่านเพิ่ม:  วิธีพูดในที่สาธารณะ (Public Speaking)